
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า ตามนโยบาย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท.รอง ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาล ระดมกำลังสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับใน 11 ราย ที่ถูกออกหมายจับกรณีเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ร่วมกันหลอกคุณยายวัย 82 ปี ให้โอนเงินรวมกว่า 20 ครั้ง สูญเงินกว่า 2,580,000 บาท เหตุเกิดท้องที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น.ร่วมกับ พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ สืบสวนจับกุม น.ส.จิราวรรณ สายวิเศษ หรือใหม่ คลองท่อม อายุ 35 ปี ชาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ และนายมานะ เรืองฤทธิ์ หรือ หนึ่งมวกเหล็ก อายุ 22 ปี ชาว อ.มวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตน ว่าเป็นคนอื่น และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือนและปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ชั้นจับกุม น.ส.จิราวรรณ ปฏิเสธว่าไม่ทราบถึงการหลอกลวงที่ปรากฏในพฤติการณ์ในคดีแต่ให้การรับสารภาพว่า เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2566 เพื่อนชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง โดยไม่ทราบหมายเลขบัญชีให้เพื่อนคนดังกล่าวใช้โดยให้เงินเป็นค่าเช่าบัญชีเดือนละ 700 บาท ปัจจุบันรับเงินค่าตอบแทนดังกล่าวแล้ว 2,100 บาท และไม่สามารถติดต่อเพื่อนได้อีก สอบสวนนายมานะ ชั้นจับกุมให้การปฏิเสธกล่าวว่า เมื่อประมาณต้นเดือนกันยายน 2566 เปิดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งทางออนไลน์ ด้วยโทรศัพท์มือถือและเปิดบัญชีธนาคารอื่นๆ อีกหลายบัญชี ต่อมาทำโทรศัพท์มือถือหายที่บ้านของป้า ใน อ.มวกเหล็ก ซึ่งโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวผูกบัญชีธนาคารไว้และรหัสแอพพลิเคชั่นธนาคารถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์ไม่ทราบว่าผู้ใดนำไปใช้ต่อหรือใช้ในการกระทำความผิด จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวแจ้งเตือนภัยพี่น้องประชาชนว่า ในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่าหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย อีกทั้งแจ้งเตือนให้ระมัดระวังการถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้า อย่าให้บัญชีธนาคารหรือเปิดบัญชีให้บุคคลอื่นนำไปใช้เด็ดขาด เนื่องจากอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายนำบัญชีไปใช้ในการก่ออาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมอย่างมหาศาล ตลอดจนโทษกรณีการเปิดบัญชีม้า ณ ปัจจุบัน มีอัตราโทษหนัก คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (บัญชีม้าหากไม่แน่ใจหรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์นั้นจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่