#grid-text {
padding-left: 14%;
padding-right: 14%;
}
/*เพิ่มมา */
.ad_banner_desktop {
width: 100%;
height: auto;
}
.ad_banner_mobile img {
width: 0px;
}
#button_buynow {
padding-right: 33.5%;
padding-bottom: 14%;
}
@media only screen and (max-width: 480px) {
#grid-text {
padding-left: 0%;
padding-right: 0%;
}
.ad_banner_desktop img {
display: none;
}
.ad_banner_mobile img {
width: 100%;
height: auto;
}
#button_buynow {
padding-right: 19%;
padding-bottom: 6%;
}
}

พบกับ 5 น้ำมันจากสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยกำจัดรังแคและลดอาการคันในบทความนี้จะพาไปรู้จักน้ำมันบำรุงผมจากสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยลดรังแคและอาการคัน |
เพื่อการกำจัดปัญหารังแค หากทำมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะใช้แชมพูสูตรขจัดรังแคก็ดี สระผมให้บ่อยขึ้น หรือลองนวดหนังศีรษะก็แล้ว แต่ปัญหารังแคก็ยังคอยกวนใจอยู่ดี ถ้าเป็นอย่างนั้นแนะนำให้ลองใช้น้ำมันจากธรรมชาติซึ่งมีหลายชนิดที่สามารถช่วยบรรเทาอาการคันและลดการเกิดรังแคได้ ที่สำคัญยังมีความเสี่ยงน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ป้องกันรังแคส่วนใหญ่ที่มักมีสารเคมี รวมถึงไม่ทำร้ายเส้นผม และไม่ทำให้หนังศีรษะแห้งด้วย ต่อไปนี้คือน้ำมันจากธรรมชาติที่ช่วยกำจัดรังแคได้อย่างมีประสิทธิภาพที่โว้กบิวตี้จะพาไปทำความรู้จักกัน

1. น้ำมันมะพร้าว
น้ำมันมะพร้าว อุดมไปด้วยกรดไขมัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วว่ามีคุณสมบัติช่วยมอบความชุ่มชื้นและปรับปรุงสุขภาพเส้นผมให้สุขภาพดีและมีน้ำหนัก รวมถึงยังช่วยลดความแห้งของหนังศีรษะ ลดอาการลอกเป็นขุยที่เกิดจากรังแค นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังถูกนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ต้านจุลชีพตามธรรมชาติ เพื่อต่อสู้กับเชื้อมาลาสซีเซียอันเป็นเชื้อราที่เป็นต้นเหตุของการเกิดรังแค
วิธีใช้: วิธีที่ดีที่สุดในการใช้น้ำมันมะพร้าวขจัดรังแคคือใช้แทนแชมพูและครีมนวดผม โดยให้ทาลงบนหนังศีรษะโดยตรงและหวีให้ทั่วทั้งเส้นผม ทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันซึมเข้าสู่เส้นผมและผิวหนัง จากนั้นล้างออกให้สะอาด

2. น้ำมันโรสแมรี่
น้ำมันโรสแมรี่เป็นสารสกัดเข้มข้นสูงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์อโรมาและน้ำหอม มันถูกนำมาใช้ในการแพทย์พื้นบ้านและยาแผนโบราณมานานหลายศตวรรษ และด้วยคุณสมบัติต้านจุลชีพ ต่อต้านเชื้อราและช่วยฆ่าเชื้อได้ น้ำมันโรสแมรี่จึงถูกนำมาใช้เพื่อช่วยลดอาการคันและกำจัดรังแค รวมถึงช่วยลดการสะสมของความมันบนหนังศีรษะอีกด้วย
วิธีใช้: เติมน้ำมันโรสแมรี่ 2-3 หยดลงในน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันโจโจ้บา จากนั้นนำมาทาลงบนหนังศีรษะแล้วนวดทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที และสระผมด้วยแชมพูตามปกติ
WATCH

3. น้ำมันทีทรี
น้ำมันทีทรีมีคุณสมบัติต้านไวรัส ต้านเชื้อรา และต้านเชื้อแบคทีเรีย นิยมนำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น น้ำมันนวด แชมพู และเจลอาบน้ำ เป็นต้น ซึ่งด้วยความขึ้นชื่อเรื่องการต้านเชื้อรา น้ำมันทีทรีจึงมีประสิทธิภาพในการกำจัดรังแคได้ดี ทั้งรังแคสะเก็ดสีขาวแห้งๆ ของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว พร้อมลดอาการคัน รวมถึงช่วยลดอาการระคายเคืองที่เกิดขึ้นบนหนังศีรษะอีกด้วย
วิธีใช้: เติมน้ำมันทีทรี 5-10 หยด ลงในขวดแชมพูที่ใช้อยู่แล้ว และเขย่าแรงๆ เพื่อผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาสระผมตามปกติ พร้อมนวดหนังศีรษะเบาๆ สุดท้ายลอกให้สะอาด

4. น้ำมันตะไคร้
ตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่พบได้ทั่วไปในบ้านเรา แต่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ว่าน้ำมันตะไคร้นอกจากไล่ยุงได้แล้ว ยังช่วยกำจัดรังแคได้อีกด้วย เนื่องจากน้ำมันตะไคร้มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้นจึงป้องกันการติดเชื้อที่หนังศีรษะ เช่น โรคสะเก็ดเงิน รวมไปถึงยังช่วยกำจัดรังแคและรักษาอาการคันหนังศีรษะที่เป็นขุย ด้วยการเข้าทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในรูขุมขนบนหนังศีรษะอย่างล้ำลึก
วิธีใช้: ผสมน้ำมันตะไคร้ 2-3 หยดกับแชมพูและครีมนวดผม และนำมาใช้สระผมตามปกติ เมื่อใช้เป็นประจำจะพบว่ารังแคลดน้อยลง ในขณะเดียวกันยังช่วยลดผมร่วง รวมถึงกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมให้ดีขึ้นด้วย

5. น้ำมันมะกอก
น้ำมันมะกอกไม่เพียงนำมาใช้ปรุงอาหารเท่านั้น หากยังมีคุณค่าทางโภชนาการและเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนำมาใช้เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะที่แห้งและบรรเทาอาการหลุดร่วงของเส้นผมแล้ว น้ำมันมะกอกยังมีคุณสมบัติต้านเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียจึงช่วยรักษารังแคได้ดี พร้อมด้วยเนื้อสัมผัสเบาที่ช่วยละลายสิ่งสกปรกและขจัดน้ำมันส่วนเกิน
วิธีใช้: ชโลมน้ำมันมะกอกลงบนหนังศีรษะที่แห้ง นวดเบาๆ และคลุมด้วยหมวกอาบน้ำ จากนั้นทิ้งเวลาไว้ 20 นาที แล้วสระผมตามปกติ
แม้จะมีแชมพูขจัดรังแคและผลิตภัณฑ์สำหรับรักษารังแคมากมายก็ตาม แต่ถ้ามองหาทางเลือกที่อื่นที่ไม่ใช้สารเคมี การใช้น้ำมันจากธรรมชาติเหล่านี้ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่ดีที่น่าลอง
–>
WATCH
img.dm__playlist-publisher-ava {
margin-right: 6px !important;
}
.dm__video-title{
display: -webkit-box !important;
/* -webkit-box-orient: vertical; */
-webkit-box-orient: inherit;
-webkit-line-clamp: 2;
white-space: normal;
overflow: hidden;
padding: 0 !important;
margin: 12px 12px !important;
font-size: 1.3rem !important;
font-family: “MrEaves_VOGUE_TH_Bd” !important;
text-align: center !important;
line-height: 1.5rem;
}
img.dm__playlist-publisher-ava {
margin-right: 6px !important;
}
.dm__playlist-title{
font-family: ‘MrEaves_VOGUE_TH_Bd’ !important;
font-size: 1rem !important;
}
.dm-playlist {
–dm-playlist-bg : inherit;
–dm-playlist-color: inherit;
–dm-playlist-info-bg : #ededed;
margin-top: 10px;
}
.dm__playlist-slide{
width: 175px;
}
.dm-playlist .prev, .dm-playlist .next{
min-width: auto;
border: none !important;
}
.dm__playlist-active .dm__playlist-cont-thumbnail:after,
.dm__playlist-active+.dm__playlist-slide .dm__playlist-cont-thumbnail:after{
display: none;
}
.dm__playlist-active .dm__playlist-duration,
.dm__playlist-active+.dm__playlist-slide .dm__playlist-duration {
background: rgba(0,0,0,0.6) !important;
}
<!–
–>
<!–
–>
.btn-shopping
{
font-family: “MrEaves_VOGUE_TH_Bd”;
font-size: 24px;
display: inline-block;
background-color: #B61056;
border: solid 1px #B61056;
color: #ffffff;
padding: 0 10px;
margin: 15px 0;
min-width: 240px;
-webkit-transition: 0.4s;
-moz-transition: 0.4s;
-ms-transition: 0.4s;
transition: 0.4s;
}
.popup {
/*background-color: transparent; */
width: 100%;
bottom: 0;
display: none;
text-align: center;
position: fixed;
z-index:999;
/*เพิ่มของ popup text+img */
/*background-color: #F7F7F7; */
background-color: #fff;
height: 28%;
-webkit-box-shadow: 0 -14px 50px rgba(0,0,0,.2);
box-shadow: 0 -14px 50px rgba(0,0,0,.2);
}
.p img {
width: 100%;
height: auto;
float: left;
}
.p_mobile img {
width: 0px;
}
.popup button {
display: block;
margin: 0 0 0 auto;
background-color: transparent;
font-size: 30px;
color: #000;
border-radius: 100%;
width: 40px;
height: 0px;
border: none;
outline: none;
cursor: pointer;
}
.popup h2 {
margin-top: -20px;
}
.popup p {
font-size: 14px;
text-align: justify;
margin: 20px 0;
line-height: 25px;
}
/*เพิ่มของ popup text+img */
#img_popup {
width: 12%;
height: auto;
margin-top: 4%;
margin-left: 3%;
}
.text-popup {
float: left;
width: 58%;
padding-left: 3%;
padding-top: 3%;
}
.text-popup h1 {
font-family: ‘MrEaves_VOGUE_TH_Rg’, sans-serif;
font-size: 40px;
margin-top: 2%;
text-align: left;
padding-left: 1%;
}
.button1 {
font-family: ‘MrEaves_VOGUE_TH_Rg’, sans-serif;
color: #fff;
padding: 16px 60px;
background-color: #000;
text-decoration: none;
display: inline-block;
font-size: 14px;
cursor: pointer;
float: right;
}
.btn {
float: right;
width: 22%;
padding-top: 4.8%;
padding-right: 3.4%;
}
.btn a:hover {
color: #fff;
background-color: #f00000;
}
#close {
font-size: 40px;
}
@media only screen
and (min-device-width : 768px)
and (max-device-width : 1336px) {
.btn {
width: 27%;
padding-top: 2.7%;
}
.text-popup h1 {
font-size: 24px;
margin-top: 0%;
padding-left: 6%;
}
.popup {
height: 18%;
}
#close {
font-size: 30px;
}
#img_popup {
width: 10%;
height: auto;
margin-top: 2.2%;
padding-left: 2%;
}
.button1 {
padding: 10px 40px;
margin-right: 15%;
font-size: 12px;
}
}
@media only screen and (max-width: 480px) {
.popup {
height: 14%;
}
.text-popup h1 {
font-size: 15px;
margin-top: 10%;
padding-left: 2%;
padding-right: 0%;
width: 84%;
}
.btn {
margin-top: 4%;
margin-right: 1.5%;
}
.button1 {
padding: 10px 0px;
font-size: 8px;
width: 108px;
}
#img_popup {
width: 15%;
margin-top: 9%;
}
.text-popup {
width: 58%;
}
#close {
font-size: 28px;
}
}
/*—————–tablet—————————–*/
/* iPads (portrait) ———– */
@media only screen
and (min-device-width : 768px)
and (max-device-width : 1024px)
and (orientation : portrait) {
.popup {
height: 28%;
}
#img_popup {
width: 12%;
float: none;
}
.text-popup {
width: 100%;
float: none;
padding-left: 28%;
padding-right: 28%;
}
.text-popup h1 {
font-size: 28px;
text-align: center;
}
.button1 {
float: none;
width: 100%;
}
.btn {
float: none;
width: 100%;
padding-top: 2%;
margin-left: 0;
margin-right: 0;
padding-left: 28%;
padding-right: 28%;
}
#close {
font-size: 40px;
}
}