รอมแพง ไขข้อสงสัย คนติงฉากดังในละคร พรหมลิขิต ชี้ คนไทยสมัยอยุธยาไม่กินหมู มีแต่จับกุ้งจับปลากินในแม่น้ำ เพราะทำปศุสัตว์ไม่เป็น
แรงฉุดไม่อยู่แล้วตอนนี้ สำหรับละครเรื่อง พรหมลิขิต ทางช่อง 3 ที่เต็มอิ่มไปด้วยความสนุกจนคนดูกล่าวขวัญกันไปทั่วพระนคร กับผลงานการแสดงของคู่พระนาง โป๊ป ธนวรรธน์ กับสาว เบลล่า ราณี หลังออกอากาศไปได้เพียงแค่ 2 ตอน ก็สามารถกวาดเรตติ้งไปได้อย่างถล่มทลาย เรียกได้ว่าทุบสถิติเรตติ้งที่สูงสุดในปี 2566 กันเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องที่มีคนออกมาวิจารณ์ โดยเฉพาะล้อมวงกินหมูกระทะ ระบุว่า คนไทยสมัยอยุธยาไม่กินหมูกระทะ เพราะทำระบบปศุสัตว์ไม่เป็น จับปลาจับกุ้งในแม่น้ำกินง่ายกว่า เงินก็ไม่ค่อยมี จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อหมูจากคนจีน จะเลี้ยงหมูไว้กินเองก็ไม่คุ้ม ครอบครัวเดียวกินหมูทั้งตัวไม่หมด จะกินสัตว์บกใหญ่ ๆ แต่ละครั้งต้องรองานบุญถึงจะล้มมากินกับคนจำนวนมาก คนที่กินหมูมีแต่คนจีน ต้องลองคิดง่าย ๆ ว่า อาหารไทยสมัยก่อนมีอะไรบ้างที่ทำจากเนื้อหมู
แต่เรื่องนี้ รอมแพง นักเขียนเจ้าของนวนิยายชื่อดัง ได้เคยอธิบายเอาไว้แล้วตั้งแต่สมัยละครบุพเพสันนิวาส โดยระบุว่า “ในกรุงศรีอยุธยามีเนื้อหมูขายที่ ย่านในไก่ ตลาดน้อยเป็นย่านของคนจีนที่นิยมฆ่าและกินเนื้อหมู ซึ่งที่นั่นจะมีขายทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อเป็ด นะคะ มีบันทึกไว้ในพงศาวดารในเรื่องของภูมิสถานในสมัยกรุงศรีอยุธยา เลยแต่งให้นางเอกไปซื้อหมูที่ตลาดนี้
คนจีนเข้ามาในเมืองไทยตั้งแต่สมัยไหนไม่แน่ชัดแต่สมัยสุโขทัยก็ได้มีการนำเข้าช่างจีนมาทำเครื่องปั้นดินเผาแล้วทำให้เกิดเตาทุเรียงในสมัยนั้น สมัยพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งเป็นช่วงก่อนหน้าสมัยพระนารายณ์ราว 200 กว่าปี ก็มีกรมท่าซ้าย ที่มีพระยาโชฎึกราชเศรษฐี ซึ่งเป็นคนจีนคุมทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับจีนที่เข้ามา เมื่อมีชุมชนชาวจีนหมูพันธุ์ที่จีนนิยมกินจึงน่าจะถูกนำเข้ามาด้วย ดังนั้นจึงสันนิฐานได้ว่าเนื้อหมูมีมานานแล้วค่ะ
ในส่วนของข้อเท็จจริงเรื่องอาหารที่ชาวไทยสมัยกรุงศรีอยุธยานิยมกินนั้นมีบันทึกของบาทหลวงเล่าไว้ว่าจะนิยมกินปลาเพราะหาง่าย เนื้อหมูนี่ถือว่าหายากค่ะ และเป็นสัตว์ใหญ่คนไทยไม่นิยมฆ่ากินเพราะกลัวบาป”
อ่านข่าวเพิ่มเติม
SHARE
FOLLOW US