เจ้าท่าภูเก็ตสั่งงดใช้เรือหลังไฟไหม้เสียหายทั้งลำ ช่างเครื่องยังรักษาตัวใน รพ.


เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 68 นายณชพงศ ประนิตย์ ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต พร้อมด้วย นายสมคิด ช่อคง ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, พนักงานสอบสวน สภ.วิชิต, พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต, สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต, ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต, เจ้าหน้าที่ศูนย์ไข่มุก อบจ.ภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนตัวแทนเจ้าของเรือธนามารีน 555 หรือเอไทม์ 555 ลงพื้นที่บริเวณคานเรือในพื้นที่ ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เพื่อตรวจสอบและเก็บหลักฐาน หาสาเหตุการเกิดไฟไหม้เรือลำดังกล่าว 

ซึ่งเกิดเหตุไฟไหม้บริเวณเกาะไม้ท่อน ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต หลังเดินทางออกจากท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไกด์และคนประจำเรือรวม 37 คน ขณะจอดลอยลำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำดูปะการังก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวเกาะพีพี จ.กระบี่ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่มาเกิดเหตุเสียก่อน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 1 ราย เป็นคนประจำเรือตำแหน่งผู้ควบคุมเครื่อง (ช่างเครื่องยนต์) ถูกไฟลวกมากถึง 50% ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บรายอื่น ๆ ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ขณะที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 ได้ออกคำสั่งห้ามใช้เรือลำดังกล่าวเป็นการชั่วคราว และเจ้าของเรือได้ดำเนินการนำมาขึ้นคานที่อู่เรือดังกล่าว

นายณชพงศ กล่าวภายหลังร่วมกับเจ้าพนักงานตรวจเรือ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบสภาพเรือในเบื้องต้นว่า ในส่วนของคดีนั้นทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสอบสวนพยานแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งพยานบุคคลและวัตถุพยาน นอกจากนี้ทราบจากพิสูจน์หลักฐานฯ ซึ่งเก็บหลักฐานต่าง ๆ รายละเอียดต่าง ๆ ในตัวเรือสปีดโบ๊ทที่ถูกไฟไหม้ว่า จะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ประมาณ 30 วัน จึงจะทราบผลที่ชัดเจนของสาเหตุที่เกิดไฟไหม้ในครั้งนี้ พร้อมกันนี้ก็จะมีการตรวจสอบในส่วนของเครื่องยนต์ ซึ่งมีการถอดออกไปจากตัวเรือหลังเกิดเหตุด้วย เนื่องจากเครื่องยนต์ก็ถูกไฟไหม้ด้วยเช่นกัน

“จากการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยสายตา ในส่วนของตัวเรือนั้นเสียหายทั้งลำ และไม่สามารถจะนำมาซ่อมแซมใช้งานได้ใหม่ และทางเจ้าท่าฯ ก็ไม่สามารถอนุญาตให้ใช้งานได้เช่นกัน เพราะโครงสร้างเสียหายทั้งหมด นอกจากนี้ทางอธิบดีกรมเจ้าท่า ได้มีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และให้รายงานผลภายใน 7 วัน ในส่วนของเจ้าท่าฯ ภูเก็ตได้มีการระดมสรรพกำลังทั้งหมด เพื่อเร่งตรวจสอบหาสาเหตุให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เบื้องต้นมีการให้การตรงกันว่า เครื่องยนต์ด้านซ้ายดับขณะที่ไปถึงเกาะไม้ท่อน ซึ่งขณะนั้นนักท่องเที่ยวได้ลงจากเรือไปแล้ว ส่วนบนเรือจะมีเพียง 4 คน คือ ไกด์ นายท้าย ช่างเครื่องและลูกเรือ”

BAAN KRU JAY INTERNATIONAL KINDERGARTEN

นายณชพงศ กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและมีอาการหนักสุด คือ ช่างเครื่อง ซึ่งอยู่ใกล้ต้นเพลิงมากสุด ฉะนั้นเป็นที่แน่ชัดว่าต้นเพลิงอยู่บริเวณท้ายเรือกาบซ้าย และในระหว่างที่ช่างเครื่องทำการแก้ไขเครื่องยนต์ขัดข้องได้มีการประสานกับทางเจ้าของเรือ เพื่อนำเรือมาเปลี่ยนและรับนักท่องเที่ยวเดินทางต่อไปยังเกาะพีพี จ.กระบี่ ส่วนมาตรการเฝ้าระวังนั้น ยอมรับว่าสำรับสปีดโบ๊ทจะเกิดปัญหาค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะเรือไฟเบอร์กลาส ซึ่งได้มีข้อสั่งการว่า จากเดิมจะมีการตรวจสภาพเรือปีละ 1 ครั้ง จากนี้จะเพิ่มการตรวจเป็นอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี พร้อมทั้งกำชับการตรวจสอบความพร้อมของเรือก่อนออกจากท่าว่า มีการบำรุงรักษาเรียบร้อยหรือไม่ อุปกรณฺต่าง ๆ ในเรือเป็นอย่างไร และที่สำคัญคือ หลังการใช้เรือจะต้องมีการล้างทำความสะอาดเรือไม่ให้มีกลิ่นน้ำมันโดยเด็ดขาด เพราะตกลงไปใต้ท้องเรือ และเมื่อเจอความร้อนหรือเกิดประกายไฟขึ้นมา อาจทำให้เกิดเหตุไม่คาดคิดได้    


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *