ศูนย์ข่าวศรีราชา-โชเฟอร์แท็กซี่เมาหนักขับรถปีนตีนสะพานทางข้ามแยกถนนสุขุมวิท หน้าโรงรับจำนำเมืองสัตหีบ ก่อนเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า รั้วบ้านประชาชนพังยับ ทำตัวเองได้รับบาดเจ็บ ตรวจระดับแอลกอฮอล์พุ่งสูงถึง289 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตำรวจนำตัวดำเนินคดีฐานเมาแล้วขับ
เมื่อเวลา 00.30 น.วันนี้ (3 พ.ย.) ร.ต.อ.กฤษฎา อินทโชติ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนเสาไฟส่องสว่างจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท หน้าโรงรับจำนำสาธิตลิสซิ่งสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ เข้าช่วยเหลือ
ในที่เกิดเหตุพบพบรถแท็กซี่บุคคลยี่ห้อโตโยต้า โคโรลล่า อัลติส สีเขียว-เหลือง หมายเลขทะเบียน 1มก-3389 กรุงเทพมหานคร สภาพพุ่งชนรั้วบ้านเลขที่ 55 และเฉี่ยวชนเสาไฟข้างทางจนทำให้รถได้รับความเสียหายทั้งคัน
นอกจากนั้นยังพบ นายธนิต แก้วกล้าไชยวุฒิ อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นคนขับนั่งอยู่ริมฟุตบาท ในสภาพปากแตก ตามร่างกายมีกลิ่นสุราคลุ้ง พูดจาวกวน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเนื่องจากคนเจ็บไม่ประสงค์ที่จะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญตัว นายธนิต คนขับรถแท็กซี่ไปสอบปากคำยังโรงพัก ซึ่งในเบื้องต้นให้การว่าได้ขับรถรับผู้โดยสารมาจากสนามบินดอนเมืองเพื่อมาส่งที่เมืองพัทยา และระหว่างเดินทางกลับได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น
และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ด้วยการเป่าพบว่าระดับแอลกอฮอล์พุ่งสูงถึง 289 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงดำเนินคดีในความผิดฐานเมาแล้วขับ เป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย
ส่วนเจ้าของบ้านที่ถูกรถพุ่งชนกำแพงเสียหายทราบชื่อคือ นายรังสรรค์ น่วมทอง ได้นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย
ขณะที่ นายยุพกร บุดตะกาศ อายุ 41 ปี ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าขณะนั่งดื่มกับเพื่อนอยู่ด้านหน้าโรงรับจำนำ ได้เห็นรถแท็กซี่ขับปีนตีนสะพานทางข้ามแยก ก่อนจะเสียหลักพุ่งขึ้นฟุตบาทริมถนนเฉี่ยวชนเสาไฟฟ้า จึงได้รีบเข้าไปช่วยเหลือพร้อมบอกให้โชเฟอร์ดับเครื่องยนต์
แต่กลับเร่งเครื่องถอยรถอย่างแรง จึงพุ่งชนเข้ากับรั้วบ้าน อีกทั้งยังพยายามเร่งเครื่องหลบหนี แต่บังคับรถไม่อยู่จึงเป็นเหตุให้พุ่งชนเข้ากับเสาไฟส่องสว่างอีกต้นทำให้รถพังเสียหาย และได้รับบาดเจ็บดังกล่าว