
เคยเป็นไหม? หลายๆ ครั้งที่ดื่มไวน์แล้วเจอปัญหาคุณภาพและรสชาติของไวน์ที่เปลี่ยนไป บางครั้งมีกลิ่นเสีย เปิดไวน์แล้วดื่มไม่หมดจนเมื่อนำออกมาดื่มอีกรอบกลับได้รสชาติที่ไม่เหมือนเดิม ทั้งๆ ที่มั่นใจว่าอุณหภูมิในการเก็บไวน์นั้นอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมแล้วก็ตาม เรียกได้ว่าเป็นปัญหาสำหรับคนรักการดื่มไวน์หรือนักสะสมที่มักจะมีไวน์เก็บไว้หลายขวด วันนี้เราจะพาสายดื่มไวน์ทุกคนไปดูวิธีเก็บรักษาไวน์กัน ต้องเก็บไวน์อย่างไรไม่ให้เสียเร็ว ทั้งเรื่องของรสชาติ คุณภาพ และกลิ่น ให้คงเดิมได้นานที่สุด
1. ควบคุมอุณหภูมิที่ 15-20 องศาเซลเซียล
สิ่งสำคัญในการรักษาคุณภาพของไวน์เลยคืออุณหภูมิ หากควบคุมอุณหภูมิในการเก็บไวน์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไวน์ก็จะมีรสชาติดีอยู่เสมอ เพราะรสชาติของไวน์จะไม่ฝาดแหลมและสัมผัสของแอลกอฮอล์จะไม่แรงเกินไป ซึ่งอุณหภูมิที่เหมาะสมของไวน์จะอยู่ที่ประมาณ 12-18 องศาเซลเซียส
แต่ถ้าเป็นไวน์ขาวหรือ Sparkling Wine อุณหภูมิในการเก็บไวน์จะอยู่ที่ประมาณ 6-12 องศาเซลเซียส เพราะไวน์กลุ่มนี้ต้องมีสัมผัสที่สดชื่น ดังนั้นจะต้องมีอุณหภูมิที่เย็นสม่ำเสมอนั่นเอง
2. ควบคุมความชื้นอยู่ที่ระดับ 50–70%
จุกคอร์กเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถส่งผลเสียแต่คุณภาพของไวน์ได้ ดังนั้นการควบคุมความชื้นเพื่อป้องกันการเสียหายของจุกคอร์กจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากความชื้นในอากาศน้อยกว่า 50% จุกคอร์กจะแห้งและหดตัว จนทำให้อากาศภายนอกเข้าไปในขวด เศษจุกคอร์กอาจหลุดตกลงไปขวด และเสี่ยงที่ไวน์เกิดการ Oxidation จนไวน์เสียรสชาติได้ แต่ถ้าความชื้นมากกว่า 70% ก็อาจทำให้ฉลากเปื่อยยุ่ย จุกคอร์กชื้นเกินไป จนทำให้ไวน์เสียคุณภาพได้เช่นกัน
3. ระวังไม่ได้โดนแสง
โดยทั่วไปแล้วขวดไวน์จะออกแบบมาเป็นสีแดงและสีเขียวเพื่อป้องกันแสงจากภายนอก และตามร้านอาหารหรือสถานที่เก็บไวน์อย่าง Wine Cellar ก็มักจะถูกสร้างไว้ใต้ดินเช่นกัน นั่นก็เพราะเมื่อไวน์สัมผัสกับแสง โดยเฉพาะแสง UV จะทำให้อุณหภูมิไวน์สูงขึ้น และผลต่อกระบวนการหมักบ่มของไวน์ จนทำให้รสชาติของไวน์เพี้ยนไปจากเดิมนั่นเอง
4. ระวังไม่ให้กลิ่นภายนอกเข้า
กลิ่นเป็นอีกหนึ่งสัมผัสสำคัญ ที่เป็นตัววัดคุณภาพและเสน่ห์ของไวน์ หากตู้แช่ไวน์หรือที่เก็บไวน์ไม่สามารถควบคุมหรือกันเรื่องกลิ่นได้ อาจทำให้กลิ่นจากภายนอกเข้าไปในขวดไวน์ และทำให้สัมผัสกลิ่นของไวน์ขวดนั้นเสียไปเลย โดยเฉพาะไวน์ที่เคยถูกเปิดขวดมาก่อนต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเสี่ยงที่อากาศภายนอกจะเข้าง่ายกว่าไวน์ที่ยังไม่เปิด แถมไวน์ที่กลิ่นเปลี่ยนไปแล้วยังไม่สามาถแก้ไขให้กลิ่นกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกด้วย
5. วางขวดในแนวนอน
เคยสังเกตไหมว่า ทำไมตู้เก็บไวน์ หรือ Wine Cellar ทำไมถึงออกแบบให้เก็บขวดในแนวนอน? นั่นก็เพราะการวางขวดในแนวนอนจะช่วยให้ไวน์สัมผัสกับจุกคอร์ก ทำให้จุกคอร์กไม่แห้งกรอบและเศษหล่นลงไปในขวด และที่สำคัญยังเป็นการป้องกันไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปในขวดจนทำให้ไวน์เสียรสชาติและเสียคุณภาพนั่นเอง
6. ระวังการสั่นสะเทือน
รู้หรือไม่! การสั่นสะเทือนสามารถส่งผลต่ออุณหภูมิในการเก็บไวน์ได้ เพราะการสั่นสะเทือนอาจทำให้อุณหภูมิของไวน์สูงขึ้น เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจะส่งผลต่อกระบวนการหมักบ่มของไวน์ นานไปอาจทำให้รสชาติของไวน์เปลี่ยนและบูดเสียเร็วกว่าปกติ สำหรับตู้แช่ไวน์ที่มีราคาถูกและคุณภาพไม่ดี แม้ว่าจะสามารถควบคุมอุณหภูมิในการเก็บไวน์ได้ดี แต่มอเตอร์ของระบบทำความเย็นอาจทำให้เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งหลายๆ คนมักจะมองข้ามจุดนี้ไป
หลายคนคงคิดว่าแค่ซื้อตู้แช่ไวน์ถูกๆ ก็สามารถเก็บไวน์ได้แล้ว แต่ความจริงแล้วการเก็บรักษาไวน์ให้คงคุณภาพในระยะยาวมีปัจจัยมากกว่านั้น หากรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะเก็บไวน์ด้วยตนเองดีหรือไม่ เพราะไม่มีเวลาดูแล ไม่มีพื้นที่ หรืออุปกรณ์ไม่พร้อม จนเสี่ยงทำให้ไวน์ขวดโปรดเสียรสชาติ แนะนำให้ใช้บริการฝากไวน์ไว้กับ i-Store บริการเก็บไวน์รูปแบบใหม่ มีห้องเก็บไวน์ที่สะอาดและตรงตามมาตรฐาน ภายในห้องจะถูกแบบเพื่อการเก็บรักษาไวน์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุณหภูมิในการเก็บไวน์ ความชื้น แสง ไปจนถึงระบบจัดการกลิ่นภายนอก อีกทั้งห้องเก็บไวน์ที่ i-Store ยังมีกล้อง CCTV และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เข้า-ออก ด้วยระบบคีย์การ์ด ให้คุณมั่นใจว่าไวน์ขวดโปรดของคุณจะถูกเก็บรักษาอย่างถูกวิธีและดีที่สุด หมดกังวลปัญหาไวน์เสียแน่นอน
สนใจใช้บริการกับ i-Store ใกล้คุณ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Line : @i-store
สาขาสีลม – โทร. 062-595-3393
สาขาสุขุมวิท 24 – โทร. 02-060-2293, 092-525-8293
สาขาสุขุมวิท 71 – โทร. 06-5986-2933
สาขา SathornOne – โทร. 02-002-6293, 098-822-8293
สาขาหัวลำโพง (เร็วๆ นี้) – โทร. 02-060-2293, 092-525-8293