มะเร็งเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการรักษามะเร็งที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่การป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งก็ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุด หนึ่งในวิธีป้องกันมะเร็งที่ได้ผลคือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
จากการศึกษาพบว่ามีอาหารบางชนิดที่มีคุณสมบัติต้านมะเร็ง อาหารที่มีคุณสมบัติต้านมะเร็งเหล่านี้มักมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย และสารที่ขัดขวางการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
บทความนี้จะกล่าวถึง 8 อาหารที่มะเร็งกลัว ยิ่งกินมะเร็งยิ่งกลัว
1. กระเทียม
กระเทียมมีสารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ สารอัลลิซินสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด รวมถึงมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม
2. เห็ด
เห็ดมีสารเบต้ากลูแคน (Beta-glucans) ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น สารเบต้ากลูแคนสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด รวมถึงมะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้
3. บร็อคโคลี่
บร็อคโคลี่มีสารซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ สารซัลโฟราเฟนสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด รวมถึงมะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ และมะเร็งเต้านม
4. ผักโขม
ผักโขมมีสารลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ สารลูทีน และซีแซนทีนสามารถช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาของเซลล์มะเร็ง
5. หน่อไม้น้ำ
หน่อไม้น้ำมีสารไอโซฟลาโวน (Isoflavones) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน สารไอโซฟลาโวนสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม
6. สาหร่ายทะเล
สาหร่ายทะเลมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด รวมถึงฟูโคแซนทีน (Fucoxanthin) และฟูโคอีดีน (Fucoidan) สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้สามารถช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาของเซลล์มะเร็ง
7. หน่อไม้ฝรั่ง
หน่อไม้ฝรั่งมีสารแอนติออกซิแดนท์หลายชนิด รวมถึงเควอซิติน (Quercetin) และลูทีน (Lutein) สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้สามารถช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาของเซลล์มะเร็ง
8. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ และราสเบอร์รี่ มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด รวมถึงแอนโธไซยานิน (Anthocyanins) และฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้สามารถช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาของเซลล์มะเร็ง
สรุป
นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้ เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การพักผ่อนให้เพียงพอ และการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และการสัมผัสกับสารก่อมะเร็ง
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยป้องกันมะเร็ง อย่างไรก็ตาม อาหารเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันมะเร็งได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งด้วย