เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด | นิยาย Dek-D


เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
ฉู่ลั่ว สตรีมเมอร์สาวผู้เชี่ยวชาญในสิ่งลี้ลับ ไม่ว่าเรื่องภูติผีปีศาจ วิญญาณ ฮวงจุ้ย หรือโชคร้าย เพียงเล่าให้ฟังในไลฟ์ เธอก็แก้ปัญหาให้ได้หมด โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า…เธอคือหญิงสาวผู้กลับมาจากแดนเซียน

ข้อมูลเบื้องต้น

เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
团宠真千金竟是玄门大佬

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัท โอลลี่บุ๊คส์ จำกัด ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 妄雪 ผู้แปล : ทีมงาน onlybook
ยังแต่งไม่จบ

เรื่องย่อ
ฉู่ลั่ว เด็กสาวผู้ถูกสลับตัว! ครอบครัวที่แท้จริงคือตระกูลฉู่ที่ร่ำรวยมีชื่อเสียง เธอฝันหวานไปว่าจะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเย็นชาและการเลือกปฏิบัติ เพราะพวกเขาเห็นลูกสาวตัวปลอมดีกว่าเธอ! ฉู่หร่าน คุณหนูผู้เลิศเลอเพอร์เฟ็กต์ได้รับความรักไปทั้งหมด หลังจากเกือบจมน้ำตายเพราะทะเลาะกับฉู่หร่าน… ฉู่ลั่วก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน กลายเป็นสาวมาดนิ่งเย็นชา ใช้เวลาไปกับการไลฟ์สด แก้ปัญหาเรื่องภูติผีและวิญญาณให้เหล่าสาวกในช่องสตรีม คนทั่วไปคงคิดว่าเด็กสาวเสียใจจนบ้าไปแล้ว คาดไม่ถึงเลยว่าระหว่างจมน้ำ ฉู่ลั่วจะได้ไปบำเพ็ญยังแดนเซียน! เธอกลับมาอีกครั้งเหมือนเกิดใหม่ เพื่อฟื้นคืนพลังวิญญาณและเอาชนะลูกรักสวรรค์อย่างฉู่หร่านให้ได้ …ช่องสตรีมสดของเจ้านิกายหญิงฉู่ลั่วจึงได้เวลาขึ้นไลฟ์แล้ว!

บทที่ 1 เกิดใหม่

บทที่ 1 เกิดใหม่

เมืองเจียง ตระกูลฉู่

ฉู่ลั่วที่คลุมตัวด้วยผ้าขนหนูนั่งมึนงงอยู่ริมสระน้ำ เวลานี้เธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ใบหน้ารูปไข่แสนงดงามของเธอซีดเผือด ทั้งร่างกายเต็มไปด้วยหยาดน้ำ

สาวน้อยจำได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองยังอยู่ในแดนเซียน สังหารราชาผีตนหนึ่งที่สร้างภัยพิบัติจนทำให้ขอบเขตเพิ่มสูงขึ้น

แต่ลืมตาขึ้นมาอีกที เธอก็มาอยู่ที่นี่แล้ว…

“ลั่วลั่ว ทำไมถึงผลักพี่สาวตัวเองตกน้ำ? เขาเป็นพี่สาวลูกนะ รีบขอโทษเดี๋ยวนี้!” หญิงสาวรูปร่างหน้าตาสะสวยคนหนึ่งกอดเด็กสาวที่ตัวเปียกเหมือนกันเอาไว้ พร้อมทั้งต่อว่าเธอ

ทันทีที่เห็นหญิงสาวผู้งดงาม ความทรงจำที่หายไปนานพลันกลับมาชัดเจนอีกครั้ง

นี่คือแม่ของเธอในชาติก่อน ซ่งเชียนหย่า

หลังจากนั้น ภาพชีวิตในอดีตก็ไหลเข้ามาในสมองเธอราวกับสายธาร ฉู่ลั่วในชาติก่อนมีชีวิตแสนยากลำบาก

ในวัยเด็กต้องอาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และด้วยความที่เธอมีดวงตาหยินหยางติดตัวมาแต่เกิด จึงมักจะมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น และถูกคนอื่นมองว่าเป็นตัวประหลาดผู้ไม่มีใครอยากเล่นด้วย

เมื่ออายุได้สิบแปดปี เธอไม่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย แต่ต้องออกมาทำงานหาเงินแทน

ตอนยังไม่รู้เรื่องดวงตาหยินหยาง เธอคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นโรคทางจิตเภท จึงขยันทำงานหาเงิน หนึ่งวันทำถึงสามงาน เพียงหวังว่าสักวันจะเก็บเงินได้มากพอให้ไปรักษาที่โรงพยาบาล แล้วจะได้กลับมาเป็นคนปกติเสียที

จนกระทั่งอายุยี่สิบสองปี สาวน้อยก็ถูกตระกูลฉู่รับตัวกลับมา

ฉู่ลั่วเพิ่งได้รู้ว่า แท้จริงแล้วตนเองถูกสลับตัวมาตั้งแต่เด็ก เธอเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่ที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในเมืองเจียง

สำหรับคนไม่เคยได้รับความรักมาก่อน เธอรู้สึกราวกับสวรรค์ประทานขนมจากฟ้ามาให้แล้ว คิดว่าในที่สุด ตนเองก็สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือนเด็กสาวธรรมดาได้เสียที

แต่… ชีวิตในตระกูลฉู่ไม่เหมือนที่จินตนาการไว้

ตระกูลฉู่ยังมีลูกสาวตัวปลอมอีกหนึ่งคน ชื่อว่าฉู่หร่าน

ฉู่หร่านได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างลูกคุณหนูมายี่สิบกว่าปี ดูสง่างามสูงส่งในทุกอิริยาบท ตั้งแต่พ่อแม่ไปจนถึงคนรับใช้ของตระกูลฉู่ ทุกคนต่างก็ชอบเธอ

พวกเขามักจะเอาเราทั้งคู่มาเปรียบเทียบกันทุกอย่าง และฉู่ลั่วก็ไม่เคยชนะฉู่หร่านได้สักอย่าง

ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น สภาพจิตใจของเธอเปลี่ยนไปครั้งแล้วครั้งเล่า เริ่มจากความคาดหวัง ไปจนถึงการพยายามเอาอกเอาใจทุกคนเพื่อให้ได้รับความรัก ก่อนจะนำไปสู่ความรู้สึกเคียดแค้นในท้ายที่สุด

ยิ่งเธอดิ้นรนเท่าไหร่ ยิ่งลงเอยด้วยความอับอายมากเท่านั้น

แม้กระทั่งวันนี้ก็เช่นกัน

ในงานเลี้ยงต้อนรับของฉู่ลั่ว เธอแย่งชุดราตรีของฉู่หร่านมาใส่แม้จะไม่เข้ากับตัวเองเลยสักนิด จนถูกพวกลูกหลานเศรษฐีพากันหัวเราะเยาะ

เมื่อถูกยั่วโมโหจนถึงขีดสุด เธอจึงทะเลาะกับฉู่หร่านอย่างรุนแรง จนตกลงไปในสระว่ายน้ำทั้งคู่

ภาพจำสุดท้ายในชาติที่แล้ว คือผู้คนมากมายกำลังช่วยชีวิตฉู่หร่านขึ้นจากน้ำ ในขณะที่ตัวเธอค่อย ๆ จมลึกลงไปในความมืดอันหนาวเหน็บ

ก่อนลืมตาขึ้นมาเมื่อครู่ เธอยังคงอยู่ในสระว่ายน้ำ ไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นถึงได้ถูกฉู่เหิง ลูกชายคนโตของตระกูลฉู่ช่วยขึ้นมา

ความทรงจำหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด ความรู้สึกที่ถูกกดทับเอาไว้ในชาติก่อนถูกกวาดมากองรวมกัน ทั้งความขมขื่น ความอยุติธรรมที่ได้รับ และชีวิตที่เคยหลงลืมไป

ฉู่ลั่วที่มีผ้าขนหนูคลุมตัวอยู่ลุกขึ้นยืน “ทำไมหนูต้องขอโทษ?”

“เธอเกือบจะฆ่าฉู่หร่านแล้ว เธอยังไม่คิดจะขอโทษอีกหรือ! เธอมีจิตสำนึกบ้างหรือเปล่า?” ซ่งเชียนหย่ามองลูกสาวแท้ ๆ ด้วยความผิดหวังระคนโกรธเกรี้ยว

ฉู่หร่านพิงตัวอยู่ในอ้อมกอดของซ่งเชียนหย่า พูดอย่างอ่อนแรงว่า “คุณแม่ พอเถอะค่ะ ลั่วลั่วไม่ได้ตั้งใจ หนูไม่ระวังพลัดตกลงไปเอง ลั่วลั่วพยายามจะช่วยหนู…”

แต่ทุกคนในงานต่างมองเห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น…

ยิ่งฉู่หร่านพูดแบบนี้ คนอื่นยิ่งรู้สึกว่าเธอน่าสงสาร รู้สึกว่าเธอช่างเป็นคนจิตใจดี

ในทางกลับกันทุกคนจะคิดว่าฉู่ลั่วเป็นคนอำมหิต ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน!

“ผิดแล้วละ ฉันตั้งใจต่างหาก” ฉู่ลั่วเดินเข้าไปหาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ บนร่างกายยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ เธอเดินไปตรงหน้าฉู่หร่านด้วยท่าทางราวกับผีพราย แค่พูดออกมาประโยคเดียว ก็ทำให้คนทั้งงานซุบซิบกันอย่างโกลาหล “ฉันอยากให้เธอตายไปซะ…”

“ฉู่ลั่ว ทำไมเธอถึงพูดแบบนี้!” ซ่งเชียนหย่าโกรธจนหน้าเขียว เธอปกป้องฉู่หร่านด้วยการเอาตัวฉู่หร่านไปไว้ด้านหลังเธอตามสัญชาตญาณ เพราะกลัวฉู่ลั่วจะทำร้ายลูกสาวแสนล้ำค่าของตัวเอง

ฉู่ลั่วเห็นการกระทำของผู้เป็นแม่แท้ ๆ ความเจ็บปวดพลันวูบไหวผ่านดวงตา ก่อนจะเก็บซ่อนไว้ได้อย่างรวดเร็ว “หนูชั่วร้ายเหรอ? แม่ของฉู่หร่านทำลายชีวิตหนู ฉู่หร่านแย่งพ่อแม่ของหนูไป แย่งพี่ชายของหนูไป แย่งชีวิตของหนูไป!”

“เธอจะบอกว่าฉันชั่วร้ายเหรอ?” ซ่งเชียนหย่ายังคงปกป้องฉู่หร่าน กระทั่งพูดว่าตนเป็นแม่ของเธอได้เต็มปากเต็มคำ “หร่านหร่านเป็นผู้บริสุทธ์”

“ผู้บริสุทธ์?” ฉู่ลั่วหัวเราะเยาะ “เธอมีความสุขจากการได้รับความรักจากพ่อแม่ ได้รับการปกป้องจากพี่ชายมายี่สิบกว่าปี อยู่โดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องเสื้อผ้าและอาหาร”

“แล้วหนูล่ะ?” นี่เป็นสิ่งที่อยากถามมาตลอด

ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในตระกูลฉู่ ทุกคนในตระกูลฉู่ต่างบอกเธอว่าให้ทำตัวดี ๆ กับฉู่หร่าน ให้เธอตั้งใจเรียนรู้จากฉู่หร่าน เพราะกลัวว่าเธอจะรังแก ‘ลูกสาว’ ของบ้าน

พวกเขากลัวว่าฉู่หร่านจะรู้ความจริง และไม่อยู่กับตระกูลฉู่อีกต่อไป จึงทำดีกับเธอมากขึ้นเป็นเท่าตัว

และเพื่อไม่ให้ ‘ลูกสาวคนสำคัญ’ เสียใจ พวกเขาจึงปฏิบัติกับฉู่ลั่วด้วยความเย็นชา

“หนูไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์เหรอ?”

“หนูถูกรังแกอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว กินไม่เคยอิ่ม นอนไม่เคยอุ่น หนูไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์เหรอ ทำไมหนูต้องเจอแบบนี้”

ซ่งเชียนหย่าเงียบงัน “…”

“หนูต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยตอนอายุสิบแปด แต่เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม แม้กระทั่งจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยยังทำไม่ได้ หนูไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์เหรอ?”

“เพื่อให้อยู่รอด หนูทำงานวันละสามงาน ได้นอนแค่สี่ชั่วโมง หนูไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์ใช่ไหม?”

เธอเอ่ยถามคำแล้วคำเล่า ทุกคนในเหตุการณ์ต่างพากันเงียบกริบ

ในดวงตาของซ่งเชียนหย่าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “แม่รู้ว่าลูกมีชีวิตที่ยากลำบาก แม่เองก็อยากชดใช้ให้ลูก แต่ลูกจะโทษหร่านหร่านไม่ได้ เรื่องทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความต้องการของหร่านหร่าน แม่หวังว่าลูกสองคนจะอยู่กันด้วยดี”

“เหอะ! อยู่กันด้วยดีแบบสองมาตรฐานน่ะเหรอ” ฉู่ลั่วส่ายหน้าด้วยท่าทางเยาะเย้ย “หนูจะทำได้ยังไงคะ”

“หนูเป็นนักบุญหรือไง หนูไม่มีความปรารถนา ไม่มีความต้องการเหรอ”

“พวกคุณเป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดหนูหรือเปล่า เป็นพี่ชายหนูหรือเปล่า!” เสียงของเธอค่อย ๆ ดังขึ้น “ทำไมพวกคุณถึงช่วยคนที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่ไม่ยอมช่วยหนูล่ะ”

คนตระกูลฉู่ไม่มีอะไรจะพูด “…”

“ทำไมหนูกับเธอตกน้ำไปพร้อมกัน แต่พวกคุณทุกคนคิดแต่จะช่วยเธอ แล้วปล่อยให้หนูจมลงไป?”

ความรู้สึกตอนกำลังจะตายเจ็บปวดเกินไป น้ำไหลเข้าปากเข้าจมูก หายใจไม่ออกจนรู้สึกเจ็บที่ปอด

ในช่วงเวลานั้น เธอทั้งสิ้นหวังทั้งเจ็บปวดจนถาโถมมันใส่ทุกคน

“ในเมื่อพวกคุณไม่ได้รักหนู แล้วจะพาหนูกลับมาทำไม?”

“หนูยอมไม่มีพ่อแม่ไม่มีพี่ชายยังดีกว่า หนูไม่อยากรู้… ไม่อยากรู้ว่าพ่อแม่และพี่ชายของหนูไม่ได้รักหนูเลยแม้แต่นิดเดียว”

หลังจากที่เธอร้องไห้และเอ่ยถามคำถามเหล่านั้นจบก็ผลักคนที่ขวางทางออก และวิ่งเข้าไปในบ้านพักต่างอากาศโดยไม่หันกลับมามองคนที่อยู่ตรงนั้น

ฉู่ลั่วเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ล็อกประตูเพื่อตัดขาดจากโลกทั้งใบ และชั่วเวลานั้นเอง… สายตาของเธอก็เปลี่ยนไป

“ระบบ มันเกิดอะไรขึ้น?”

เธอเช็ดน้ำตาที่หางตา พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา จนดูไม่ออกเลยว่าเป็นคนเดียวกับเด็กสาวที่ผิดหวังและพังทลายอยู่ข้างนอกนั่นเมื่อครู่

[นายหญิง ไม่เป็นไรใช่ไหม! ท่านโอเคหรือเปล่า]

“ฉันสบายดี รีบบอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันถึงกลับมาที่นี่อีกแล้ว” นี่เป็นข้อสงสัยที่ใหญ่ที่สุดในใจเธอ

ตอนนี้ได้พูดออกไปแล้ว ความรู้สึกหดหู่เคียดแค้นในชาติก่อนจึงหายไปจนหมดสิ้น

ระบบอธิบาย

[เพราะเดิมทีท่านไม่ได้ตาย แต่ในระหว่างที่ท่านจมน้ำ เราแค่พาวิญญาณไปเยี่ยมเยือนอีกชาติภพหนึ่งของท่านเท่านั้น… ]

ฉู่ลั่วเข้าใจในทันที เธอไม่ได้ตายจากการจมน้ำเสียทีเดียว เพียงแค่ถูกระบบดึงวิญญาณไปยังชาติภพอื่น… สู่แดนเซียนเพื่อบำเพ็ญพลังวิญญาณ

จนกระทั่งฝึกสำเร็จ ระบบจึงส่งเด็กสาวกลับมาอีกครั้ง

ในโลกอีกใบนั้น เธอมีชีวิตอยู่มานานนับร้อยปี

แต่ในโลกใบนี้ กลับผ่านไปแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่นาทีเท่านั้น

กลับมาครั้งนี้ แทบไม่ต่างจากการตายแล้วเกิดใหม่…

ฉันไม่ใช่ฉู่ลั่วคนเดิมอีกต่อไปแล้ว!

บทที่ 2 ไลฟ์สตรีม

บทที่ 2 ไลฟ์สตรีม

“แล้วผลลัพธ์การบำเพ็ญของฉันล่ะ?”

เมื่อครู่เธอลองดูแล้ว แต่กลับไม่หลงเหลือพลังวิญญาณอยู่ในร่างกายเลย

บำเพ็ญตบะมาร้อยปี จะเหลือเพียงความว่างเปล่าอย่างนั้นหรือ?

ระบบรีบเอ่ยปลอบเธอ

[นายหญิงใจเย็นก่อน พลังวิญญาณของท่านยังอยู่ เพียงแค่โดนกดข่มไว้ชั่วคราว]

“กดไว้?”

[ถูกต้อง นายหญิงน่าจะดูออกว่าฉู่หร่านมีอะไรต่างออกไป]
ฉู่ลั่วนึกถึงตอนที่เจอกับฉู่หร่านเมื่อครู่ เธอก็ยังลอบตกตะลึง

ใบหน้าของฉู่หร่านถูกบดบัง จนเธอไม่สามารถทำนายดวงชะตาของอีกฝ่ายออกมาได้

แต่กลิ่นอายพลังสีม่วงที่ล้อมรอบตัวเธอ ทั้งยังแสงสีทองจาง ๆ ตรงหน้าผาก เห็นได้ชัดว่าเกิดมาพร้อมพลังโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่

คนประเภทนี้ออกจากบ้านก็มีเงินหล่นทับ เดินไปไหนก็มีเงินหล่นทับอีก

สรุปก็คือเป็นคนที่ใครเห็นใครก็รัก ดอกไม้เบ่งบานเพื่อเธอ เงินทองก็พาตัวเองเข้าไปเกยให้ถึงหน้าประตูบ้าน

คนประเภทนี้ หากอยู่ในโลกแฟนตาซีกำลังภายในจะถูกเรียกว่าบุตรแห่งสวรรค์ หรือ บุตรแห่งโชคชะตา

แต่เมื่ออยู่ในโลกยุคปัจจุบัน คนประเภทนี้มักถูกเรียกว่าลูกรักสวรรค์

‘ถ้าฉู่หร่านเป็นบุตรแห่งโชคชะตาจริง ทำไมสวรรค์ถึงส่งเธอมาเกิดในครอบครัวที่พ่อเป็นฆาตกร ส่วนแม่ก็เป็นหัวขโมยกันล่ะ’

ลูกสาวของตนเองแท้ ๆ สวรรค์ควรให้เธอเกิดมามีพ่อแม่ที่รักเธอ มีครอบครัวที่ฐานะมั่นคง และได้รับความรักความเอ็นดูจากทุกคนสิ

[…ระบบไม่ทราบเช่นกัน]

ฉู่ลั่วยังไม่ทันได้คิดให้กระจ่าง ก็เลิกคิดไปเสียแล้ว

“ต้องทำยังไงพลังของฉันถึงจะฟื้นคืนมา?”

[เหมือนกับเมื่อก่อน นายหญิงต้องสะสมพลังโชคชะตา เพื่อต้านทานพลังของฉู่หร่านที่กดข่มนายหญิงไว้ แล้วนายหญิงก็สามารถฟื้นพลังกลับมาได้]

ระบบติดตามฉู่ลั่วมาตั้งแต่ชาติก่อน

ตอนแรกเธอคิดว่าตนเองมีระบบแล้ว ก็จะมีความสามารถรอบด้าน แล้วเดินไปถึงจุดสูงสุดในชีวิตได้ แต่คิดไม่ถึงว่าจะพาไปถึงจุดจบในชีวิตแทน

ฉู่ลั่วถ่ายทอดความรู้สึกไม่พอใจไปยังระบบจนมันรีบแก้ตัว

[ระบบเป็นเพียงปัญญาประดิษฐ์ สามารถเสนอโอกาสให้ได้ แต่ไม่อาจรับประกันได้ว่านายหญิงจะทำสำเร็จ หากคุณไม่อาจทำภารกิจสำเร็จได้ จะไม่ได้รับรางวัลที่เหมาะสม]

[ความล้มเหลวของนายหญิง ไม่ใช่ปัญหาของระบบ แต่เป็นเพราะนายหญิงไม่มีความสามารถมากพอ]

ฉู่ลั่วหรี่ตาลง “…”

ชาติก่อนระบบได้เสนอวิธีแก้ปัญหาแบบเดียวกัน คือให้เธอสะสมพลังโชคชะตา

แต่เธอกลับทำอะไรไม่ได้เลย

ไม่เคยเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และไม่มีความสามารถพิเศษอะไรสักอย่าง

นอกจากใบหน้าที่พอจะใช้ได้ เธอไม่มีอะไรที่ออกมาแสดงให้ดูได้อีกแล้ว

สุดท้ายจึงทำตามแผนการที่ระบบให้มา คือเลือกจะไลฟ์สตรีม

เนื้อหาของการไลฟ์สตรีมคือร้องเพลง เต้นและไลฟ์สตรีมร่วมกับสตรีมเมอร์คนอื่น

วิธีการนี้ทำให้เธอสะสมความนิยม และทำให้โชคชะตาของเธอเปลี่ยนไปได้แน่นอน แต่ก็ยังไม่มากพอ

[นายหญิงยังจะเลือกวิธีการไลฟ์สตรีมอยู่หรือไม่?]

“อืม”

ระบบพยักหน้าด้วยความพอใจ

[จากการสำรวจของโลกนี้ ไลฟ์สตรีมเป็นวิธีสะสมความนิยมที่รวดเร็วที่สุด ขอเพียงท่านได้รับความนิยม พลังโชคชะตาก็จะเพิ่มตามไปด้วย แล้วท่านก็สามารถฟื้นฟูพลังวิญญาณจากพลังกดข่มของฉู่หร่านซึ่งเป็นบุตรแห่งโชคชะตาได้]

จิตใจของฉู่ลั่วสงบลงไม่น้อย

ขอเพียงฟื้นฟูพลังวิญญาณกลับมาได้ ไม่ว่าฉู่หร่านหรือซ่งหร่าน เธอก็ไม่กลัวทั้งนั้น

หลังชำระล้างร่างกาย ฉู่ลั่วสวมชุดแห้งสบายมานั่งอยู่ที่โต๊ะ เมื่อสำรวจดูเครื่องมือสำหรับไลฟ์สตรีมอยู่สักพัก ก็กดปุ่มถ่ายทอดสด

เธอไม่ได้พูดออกมาในทันที… แต่กำลังรอ

สิบนาทีต่อมา ในห้องไลฟ์สตรีมมีคนเข้ามาดูสองถึงสามพันคนแล้ว คนเหล่านี้เป็นแฟนคลับที่เคยดูไลฟ์สดร้องและเต้นของเธอในอดีต

และส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย คอมเมนต์จากผู้ชมครึกครื้นขึ้นมาทันที

ฉู่ลั่วเพียงแค่มองคอมเมนต์เหล่านี้เงียบ ๆ เธอรอคอยด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เมื่อก่อนตอนที่ฉู่ลั่วสตรีม เพื่อสะสมความนิยม เธอจึงตอบรับคำขอของคนเหล่านี้เสมอ

บอกให้เต้นก็เต้น

บอกให้ร้องเพลงก็ร้องเพลง

บอกให้ส่ายสะโพกก็ส่ายสะโพก

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีคนให้เธอเรียกว่าสามี เธอก็เรียก

จนมีหลายครั้งที่แอ็กเคานต์ของเธอเกือบจะถูกแบน

เพราะความเชื่อฟังของเธอ พวกผู้ชายที่มาดูไลฟ์สตรีมนับวันยิ่งขอมากเกินไป คำพูดก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ

ชาติก่อนเธอนึกรังเกียจอยู่ในใจ แต่เพื่อให้ได้รับพลังโชคชะตา เธอถึงยอมทน

ครั้งนี้ก็มีคนจำนวนไม่น้อยมาตะโกนขอให้เธอส่ายสะโพก บิดไปบิดมา ให้เธอใส่เสื้อสายเดี่ยวกับถุงน่องสีดำ…

จนกระทั่งมีแอ็กเคานต์ที่คุ้นตาสิบกว่าแอ็กเคานต์หลั่งไหลเข้ามา ฉู่ลั่วถึงเผยให้เห็นรอยยิ้มจาง ๆ

มาแล้ว!

ทั้งสิบกว่าแอ็กเคานต์นี้ล้วนเป็นของพวกลูกหลานคนรวยในเมืองเจียง

คนกลุ่มนี้เติบโตมาในแวดวงเดียวกันกับฉู่หร่าน ผู้หญิงคนนั้นถึงได้มีพลังโชคชะตาเพิ่มขึ้นหลายเท่า คนทั้งแวดวงนี้ไม่มีใครเกลียดฉู่หร่านเลย

แม้แต่ลูกผู้ลากมากดี ก็ยังชอบเธอมาก

ชาติก่อน เพื่อปกป้องฉู่หร่าน ลูกหลานคนรวยกลุ่มนี้พากันมาสร้างความปั่นป่วนในช่องไลฟ์สตรีมของเธอ

พวกเขาปาของขวัญมาให้ เพื่อให้เธอเต้นท่าน่าอายเหล่านั้น

จากนั้นพวกเขาจะนำคลิปไปเอาใจฉู่หร่าน

และฉู่หรานก็เอาคลิปไปให้คนในตระกูลฉู่ดู

จนเธอถูกคนในตระกูลฉู่ด่าทอ ทั้งยังสั่งห้ามไม่ให้ไลฟ์อีก

[เจ้าของช่อง วันนี้จะเต้นหรือจะร้องเพลงดีล่ะ!]

[ขอแค่เจ้าของช่องกล้าเต้นเปลื้องผ้า ผมก็กล้าโดเนตจรวดสิบลูก]

[เต้น!]

[เต้น!]

[เต้น!]

ฉู่ลั่วปรากฏตัวต่อหน้ากล้อง คอมเมนต์ทั้งหมดหยุดลงไปชั่วขณะ

ก่อนหน้านี้เธอเรียนรู้วิธีแต่งหน้าจัดจ้านมาจากฉู่หร่าน แต่การเดินบนเส้นทางลูกผู้ดี และการแต่งหน้าฉูดฉาดช่างไร้รสนิยม

แต่วันนี้เธอไม่ได้แต่งหน้า

หน้าสด ไร้ซึ่งเครื่องสำอางใด ๆ แม้กระทั่งลิปสติกยังไม่ทา ผมถูกมัดรวบหลวม ๆ บนศีรษะ

[ทำไมเจ้าของช่องถึงเปลี่ยนสไตล์ล่ะ!]

[ตอนนี้จะเริ่มเดินบนเส้นทางของนางฟ้าใส ๆ แล้วเหรอ?]
[เทพธิดา เทพธิดา… เทพธิดาช่วยเรียกสามีให้ฟังหน่อย]

ฉู่ลั่วยิ้มให้กล้อง “วันนี้จะมาสตรีมเล่าเรื่องค่ะ”

[เล่าเรื่องเหรอ? เล่าเรื่องอะไร? ยัยอัปลักษณ์!]

[เล่าเรื่องก็ดี! ทางนี้ก็มีเรื่องอยู่ด้วยกันกับเจ้าของช่องเหมือนกัน เจ้าของช่องจะเล่าไหม?]

ฉู่ลั่วไม่สนใจคอมเมนต์เหล่านั้น แค่พูดต่อไปว่า

“ฉันเกิดในครอบครัวร่ำรวยครอบครัวหนึ่งในเมืองเจียง ความน้ำเน่าของเรื่องนี้ก็คือ ฉันถูกสลับตัวทันทีที่เกิดมา

วันนี้เป็นเดือนแรกที่ฉันได้กลับบ้าน ครอบครัวจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้ฉันอย่างยิ่งใหญ่

งานเลี้ยงหรูหรามาก ผู้มีอิทธิพล คนรวย และนักธุรกิจในเมืองเจียงต่างมากันหมด

ครอบครัวพาฉันไปแนะนำตัวกับคนมีชื่อเสียงเหล่านี้

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากตรงนี้”

กลุ่มสำรองเมืองเจียง

[ซ่งจือหนาน : ฉู่หร่านคนนั้นหมายความว่ายังไง! จะเอาเรื่องของตัวเองออกมาเล่าอย่างนั้นเหรอ?]

[เหยาข่าย : พูดตามตรง ทักษะในการเล่าเรื่องของเธอคงไม่เท่าไหร่หรอกใช่ไหม?]

[อันเชี่ยน : พูดบ้าอะไร ว่ากันตามตรงเลยนะ เอไอยังเล่าได้ดีกว่าเธอเลย]

[ซ่งจือหนาน : ลองฟังก่อนแล้วกัน ดูว่าต่อไปเธอคิดจะเล่าอะไร?]

น้ำเสียงของฉู่ลั่วยังราบเรียบไม่มีจังหวะขึ้นลง เทียบกับหุ่นยนต์เสียงที่เปล่งออกมายังเหมือนเครื่องจักรมากกว่า

“คุณพ่อแนะนำฉันให้กับเพื่อนรักของเขา คุณลุงซ่ง

คุณพ่อบอกว่า ครอบครัวของคุณลุงซ่งมีลูกชายคนเดียว อายุพอ ๆ กับฉัน อยากให้พวกเราสนิทกันไว้

ฉันหันไปมองคุณลุงซ่งด้วยความประหลาดใจ

คิดไม่ถึงว่าคุณลุงซ่งจะยิ้มให้ฉันพร้อมกับพยักหน้า

น่าแปลกเกินไปแล้ว!

เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าคุณลุงซ่งยังมีลูกสาวอีกคน

ทำไมเขาถึงไม่ยอมรับล่ะ?

แล้วทำไมคุณพ่อถึงบอกว่าคุณลุงซ่งมีลูกชายแค่คนเดียว?
หรือว่าตระกูลซ่งให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาวขนาดนี้เชียวหรือ?

แม้แต่ลูกสาวก็ไม่ยอมรับ?”

ซ่งจือหนานฟังมาถึงตรงนี้ เขาก็กลิ้งตัวลุกขึ้นมาจากโซฟาทันที “ฉู่ลั่ว ยัยบ้านี่กล้าดียังไงมาปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับตระกูลซ่ง”

คำว่าตระกูลซ่งที่พูดออกมา เห็นได้ชัดว่ากำลังพูดถึงตระกูลของพวกเขา

เขาคว้ากุญแจ พุ่งตัวออกไปข้างนอก ก่อนจะชนเข้ากับซ่งอวิ๋นชิง พ่อของเขาที่เพิ่งกลับบ้าน

“เพิ่งกลับมา แล้วยังจะวิ่งโร่ออกไปไหนอีก?”

“พ่อ ผมมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ” ซ่งจือหนานขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน หากฉู่ลั่วอยู่ตรงหน้าเขาละก็ เขาจะต้องด่าเธอให้ตายแน่

ไลฟ์ยังไม่ทันจบ น้ำเสียงเยือกเย็นของฉู่ลั่วก็ดังออกมาจากมือถือ

บทที่ 3 มาหาถึงที่

บทที่ 3 มาหาถึงที่

“ลูกสาววัยห้าขวบของคุณลุงซ่ง ดึงขากางเกงและเรียกเขาว่าพ่อ แต่พ่อของเธอกลับไม่คิดจะยอมรับเธอด้วยซ้ำ”

เมื่อคำพูดนี้ดังออกมา ซ่งจือหนานสังเกตเห็นว่าใบหน้าของซ่งอวิ๋นชิงเปลี่ยนไปทันที สีหน้าอึมครึมอยู่ไม่กี่วินาที ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

พวกเขาเป็นพ่อลูกกัน อยู่ด้วยกันมานานหลายปี

ซ่งจือหนานเห็นท่าทางของพ่อตนเอง ก็รู้แล้วว่าเขาต้องมีเรื่องอะไรแน่นอน

เดิมทีเขาคิดว่าฉู่ลั่วปล่อยข่าวลือ แต่ตอนนี้เขาชักไม่มั่นใจเสียแล้ว!

“พ่อ พ่อ… พ่อมีลูกนอกสมรสจริงเหรอ?”

ใบหน้าของซ่งอวิ๋นชิงเปลี่ยนเป็นเจ็บปวดทันที ริมฝีปากสั่นระริก “ลูกนอกสมรสอะไร แกอย่ามาพูดไร้สาระ”

ซ่งจือหนานเห็นเขาเป็นเช่นนี้ ยังจะมีอะไรที่ไม่เข้าใจอีก

ความโกรธที่มีอยู่เต็มอกหายวับไป หลงเหลือไว้เพียงความผิดหวัง
“พ่อ ทำไมพ่อทำแบบนี้! แม่สุขภาพไม่ดี แต่พ่อกลับ… ไปหาผู้หญิงข้างนอกน่ะเหรอ”

“เป็นนังผู้หญิงสารเลวคนไหน? ใช่เลขาที่บริษัทของพ่อคนนั้นหรือเปล่า ผมบอกตั้งนานแล้วว่าเธอคิดไม่ซื่อ! พ่อคงไม่ได้คิดจะไปอยู่กินกับเธอหรอกใช่ไหม!”

ซ่งอวิ๋นชิงไม่พูดอะไร ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่ไลฟ์สตรีมในมือซ่งจือหนาน

ปากพึมพำว่า “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ ทำไมถึงมีคนรู้เรื่องนี้?”

ซ่งจือหนานพูดถากถางด้วยความโกรธ “เรื่องชั่วที่ทำไว้ สักวันก็ต้องปรากฏออกมา! พ่อทำลงไปแล้ว ก็ต้องมีคนรู้เข้าจนได้นั่นแหละ!”

“จือหนาน คนนั้นคือฉู่ลั่วลูกสาวที่ตระกูลฉู่ตามกลับมาใช่ไหม!”
“ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใครได้อีก!” ตอนนี้ซ่งจือหนานไม่อยากพูดเรื่องคนอื่น “พ่อ พ่อยังไม่บอกผมเลยนะว่าเรื่องลูกสาวคนนั้นมันเป็นมายังไงกันแน่?”

ซ่งอวิ๋นชิงเก็บอารมณ์ ทำหน้าเย็นชา “ไม่มีลูกนอกสมรสอะไรทั้งนั้น รอให้ฉันเจอฉู่ลั่วก่อน ค่อยบอกเรื่องทั้งหมดกับแก”

“เรื่องนี้ห้ามบอกแม่ของแกเด็ดขาด!”

ซ่งจือหนานพูดไม่ออก “…”

ดูจากสีหน้าของพ่อ เขารู้สึกได้ทันทีว่าอาจจะเกิดเรื่องร้ายแรงกับฉู่ลั่ว

หรือว่าจะเป็นการสาดโคลนใส่กันจริง ๆ?

แต่ท่าทางของตาเฒ่าไม่ได้ดูเสแสร้งนะ!

“พ่อ… พ่อ… พ่อไปเดี๋ยวนี้เลยสิ!”


ซ่งจือหนานนั่งอยู่บนรถ พร้อมกับหาเวลามาส่งข้อความในกลุ่มแชต

[ซ่งจือหนาน : ฉู่หร่านซวยแล้วละ พ่อฉันจะไปเยี่ยมเธอที่บ้านตระกูลฉู่ด้วยตัวเอง]

[ฉู่หร่าน : คุณลุงซ่งมาเพราะเรื่องไลฟ์สตรีมของฉู่ลั่ววันนี้หรือเปล่า? จือหนาน นายขอโทษคุณลุงซ่งแทนฉันหน่อย ลั่วลั่วไม่รู้ประสา คุณลุงซ่งอย่าตำหนิเธอเลย]

[ซ่งจือหนาน : ฉู่หร่าน เธอเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กเลยนะ เมื่อไหร่จะเปลี่ยนนิสัยแม่พระแบบนั้นสักที แต่ฉันไม่เหมือนเธอ เธอทนกับยัยฉู่ลั่วได้ แต่ฉันทนไม่ได้]

[ซ่งจือหนาน : พ่อฉันก็ทนไม่ได้เหมือนกัน ครั้งนี้ถัาไม่ได้สั่งสอนเธอสักหน่อย ไม่รู้ว่าต่อไปเธอจะสร้างเรื่องแผลง ๆ อะไรอีก]

คนอื่นในกลุ่มเริ่มแสดงความเห็น

[เหยาข่าย : @ซ่งจือหนาน ไม่หรอกมั้ง พ่อนายนิสัยดีขนาดนั้น จู่ ๆ ก็โกรธขึ้นมาซะแล้วเหรอ]

[อันเชี่ยน : ฉู่ลั่วคนนั้นสมควรถูกสั่งสอนซะบ้าง วันนี้เธอกล้าแย่งชุดกระโปรงของหร่านหร่าน กล้าสร้างข่าวลือใส่ร้ายลุงซ่ง พรุ่งนี้อะไรอีกล่ะ เอาความลับของแต่ละตระกูลออกมาเล่าเป็นมุขตลกงี้เหรอ]

ฉู่หร่านมองดูกลุ่มที่คึกคักขึ้นเพราะซ่งจือหนาน ข้อความส่วนใหญ่เป็นการโจมตีฉู่ลั่ว

เธอครุ่นคิดอยู่สักครู่ ก็หยิบมือถือขึ้นมา ก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องคุณพ่อคุณแม่

หลังจากนั้นไม่นาน …ก็มีเสียงเคาะประตูห้องของฉู่ลั่ว

เปิดประตูออกไปก็เห็นฉู่เหว่ยฮ่าวกับซ่งเชียนหย่า สีหน้าของทั้งคู่ไม่ดีเอาเสียเลย

เพราะเรื่องงานเลี้ยงเมื่อตอนเย็น สองสามีภรรยารู้สึกละอายใจต่อลูกสาวแท้ ๆ คนนี้ จึงคิดกันว่าจะชดเชยให้เธออย่างไรดีแต่ผ่านไปพริบตาเดียว เธอก็ก่อเรื่องอีกแล้ว

ฉู่เหว่ยฮ่าวเป็นคนสื่อสารกับลูกสาวไม่เก่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกสาวที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่แรกไม่กล้ารุนแรงด้วย แต่ก็ไม่กล้าอ่อนให้มากนัก

“ลุงซ่งของแกจะมาแล้ว แกรู้ไหมว่าเพราะอะไร?”

“รู้ค่ะ!”

ดวงตาของฉู่เหว่ยฮ่าวมีทั้งความโกรธและความจนใจ “แก… ไลฟ์สตรีมนั่นแกเลิกทำไปเลย บ้านนี้ไม่มีเงินให้แกใช้หรือไง?”

“นี่เป็นงานของหนู” ฉู่ลั่วตอบด้วยท่าทางเย็นชา

ฉู่หร่านพูดโน้มน้าวเสียงเบาจากข้างหลัง “ลั่วลั่ว ไลฟ์สตรีมที่เธอทำ… คงเป็นที่นิยมไม่ไหว ถ้าเธออยากทำงาน อยากดัง ก็ไปเข้าวงการบันเทิงได้นะ”

“พี่รองมีเส้นสายในวงการบันเทิง หากเธออยากเข้าไป ฉันจะไปคุยกับพี่รองให้ พี่รองต้องช่วยเธอแน่”

ฉู่ลั่วได้แต่เหลือบมองเธอ “นั่นพี่รองของฉัน”

ฉู่หร่านแสดงออกว่าเสียใจ

ซ่งเชียนหย่าปกป้องเธอ และแสดงท่าทางไม่ค่อยดีใส่ฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว อย่าทำตัวเป็นศัตรูกับหร่านหร่านนักได้ไหม เธอ… ก็เป็นลูกสาวของพ่อกับแม่นะ”

แม่คิดว่าฉู่ลั่วพูดไม่รู้เรื่อง ไม่เหมือนหร่านหร่านผู้เชื่อฟัง

ฉู่เหว่ยฮ่าวมองดูท่าทางดื้อรั้นของลูกสาวแท้ ๆ ก็ถอนหายใจออกมา “ลุงซ่งของแกใกล้จะถึงแล้ว ลงไปรอข้างล่าง”

“แกต้องเป็นฝ่ายขอโทษลุงซ่งก่อน บอกเขาว่าต่อไปจะไม่พูดไร้สาระอีก เข้าใจไหม?”

ฉู่ลั่วเงียบแทนคำตอบ “…”

เธอกลับเข้าไปในห้อง สวมเสื้อคลุม แล้วเดินตามพวกเขาลงมาข้างล่าง

เพิ่งลงมา รถของตระกูลซ่งก็มาถึงแล้ว

ซ่งอวิ๋นชิงกับลูกชายเดินเรียงแถวตามกันมา สีหน้าดูไม่ดีเอามาก ๆ

ซ่งจือหนานเห็นฉู่ลั่ว ก็กระโดดเข้ามาชี้หน้าเธอ “ฉู่ลั่ว เธอใจกล้าไม่เบาเลยนะ ถึงกับกล้า…”

“จือหนาน!” ซ่งอวิ๋นชิงตะโกนเสียงดัง “ลุงฉู่ของแกยังอยู่ตรงนี้ ช่วยรู้กฎเกณฑ์ซะบ้าง”

ฉู่เหว่ยฮ่าวไม่ถือสาแม้แต่น้อย “เจ้าซ่ง แกตำหนิจือหนานทำไม? จะว่าไปแล้วคนผิดก็คือลั่วลั่ว ลั่วลั่ว ยังไม่รีบขอโทษลุงซ่งอีก”

ฉู่ลั่วนั่งอยู่บนโซฟา กำลังจิบชาอย่างช้า ๆ

“มาหาหนูมีธุระอะไรคะ?”

ซ่งอวิ๋นชิงไม่สนใจท่าทางของเธอ “เรื่องพวกนั้นที่เธอพูดในไลฟ์สตรีม มีคนบอกเธอมาใช่ไหม?”

“ใช่ค่ะ”

“เขาให้เธอเท่าไหร่?” นี่คือความเป็นไปได้มากที่สุดที่ซ่งอวิ๋นชิงพอจะนึกออก

คงเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่จงใจสร้างบาดแผลให้เขา คิดจะสร้างความวุ่นวายให้เขา

“ไม่ได้เงินค่ะ”

ซ่งอวิ๋นชิงไม่เชื่อ “ลั่วลั่ว ฉันกับพ่อของเธอเป็นเพื่อนรักกัน เรื่องวันนี้ก็ให้มันแล้วไปเถอะ หากเธอขาดเงิน มาบอกกับลุงซ่งได้ แต่เงินบางอย่างเธอไม่ควรรับมาตามอำเภอใจ!”

“ไม่อย่างนั้น ต่อให้ฉันกับพ่อเธอเป็นเพื่อนสนิทกัน ฉันก็ยังโกรธอยู่ดี”

ซ่งอวิ๋นชิงโลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจมาหลายปี ย่อมมีอิทธิพลมากพอตัว
คนรุ่นหลังเห็นท่าทางเช่นนี้ของเขา ต่างก็กลัวกันหมด แม้กระทั่งซ่งจือหนานก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

แต่มันไม่ได้ผลกับฉู่ลั่ว เธอยังคงจิบชาอยู่เงียบ ๆ

ซ่งอวิ๋นชิงพูดสิ่งที่ควรพูดหมดแล้ว ก็หันหลังจะเดินจากไป

ฉู่เหว่ยฮ่าวเดินตามหลังไปขอโทษเขา

เพิ่งเดินไปถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงของฉู่ลั่วเสียก่อน

“เธอให้ฉันมาถามคุณว่า คุณซื้อของขวัญวันเกิดของเธอแล้วหรือยัง?”

ซ่งอวิ๋นชิงที่เดินไปถึงหน้าประตูหยุดฝีเท้าลง หันกลับมองเด็กสาว
แววตาของฉู่ลั่วสงบนิ่ง “เธอบอกว่าเธอไม่ชอบมงกุฎเพชร เธอชอบดอกไม้หลากสี คุณซื้อหรือยังคะ?”

ซ่งอวิ๋นชิงที่สีหน้าเรียบเฉย แต่แววตากลับมีความรู้สึกเจ็บปวด

มงกุฏวันเกิด เป็นความลับระหว่างเขากับลูกสาว

บนโลกนี้มีเพียงเขากับลูกสาวเท่านั้นที่รู้ แม้กระทั่งภรรยาก็ยังไม่รู้
“เธอ… เธอเห็นว่าเขาเรียกฉันว่าพ่อจริงเหรอ?”

“อืม”

“เธอ… แล้วใช่ไหม?”

สีหน้าไม่แยแสของฉู่ลั่วนิ่งค้างไปสักครู่ ก่อนจะพยักหน้า

มือทั้งสองข้างของซ่งอวิ๋นชิงกำแน่น ร่างกายสั่นสะท้าน น้ำเสียงสะอื้นแบบไม่รู้ตัว

“เธอ… เธอเพิ่งจะห้าขวบเองนะ! เป็นฉันที่ไม่ได้ปกป้องเธอเอาไว้ เป็นความผิดของฉันเอง เป็นเพราะฉันมัวแต่ยุ่งกับธุรกิจ เป็นฉันเองที่พลาดงานวันเกิดของเธอ”

พูดไปพูดมา ซ่งอวิ๋นชิงก็งอตัว ร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด

ซ่งจือหนานหมดคำพูด “…”

ดูจากสีหน้างุนงงของคนตระกูลฉู่ นอกจากฉู่ลั่วที่สีหน้าเรียบเฉยแล้ว เกรงว่าคนอื่นไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“พ่อ!” ซ่งจือหนานไม่เคยเห็นบิดาร้องไห้ขนาดนี้มาก่อน

ซ่งอวิ๋นชิงสงบสติอารมณ์ เช็ดน้ำตาจากหางตา แล้วพูดด้วยท่าทางจริงใจว่า “ลั่วลั่ว ช่วยฉันตามหาเธอได้ไหม?”

ฉู่ลั่วกำลังจะเอ่ยปาก ทันใดนั้นเธอก็จ้องไปที่ใบหน้าของซ่งอวิ๋นชิงกับซ่งจือหนาน

เธอเห็นที่หน้าผากของพวกเขามีกลิ่นอายพลังสีดำล้อมรอบ

“คุณซ่ง ภรรยาของคุณไม่อยู่ที่บ้านใช่ไหม?”

ซ่งอวิ๋นชิงพยักหน้า “ไม่อยู่ เธอร่างกายไม่แข็งแรง ช่วงนี้ต้องอยู่ที่โรงพยาบาล ฉันเพิ่งกลับมาจากไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล”

“ถ้าคุณรีบไปที่โรงพยาบาลตอนนี้ บางทีคุณอาจจะช่วยชีวิตเธอไว้ได้”

ซ่งอวิ๋นชิงเบิกตาโพล่ง “…”

ซ่งจือหนานแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “…”


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *